Saturday, 24 September 2022

[NOSTALGIA] วูล์ฟกัง แฟรงค์ : กุนซือผู้เปรียบเสมือนครูของ เยอร์เกน คล็อปป์

04 Jun 2020
188

เยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คือหนึ่งในกุนซือแถวหน้าของโลกในปัจจุบันชนิดที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธถึงความสุดยอดของเขา

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ คล็อปป์ เองก็ต้องฝ่าฟันและผ่านเส้นทางมามากมาย แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นศิษย์ที่มีครูและครูของเขานั้นก็คือ ‘วูลฟ์กัง แฟรงค์’ นั่นเอง

โดยในหนังสืออัตชีวประวัติของกุนซือชาวเยอรมันอย่าง ‘คล็อปป์ : บริงก์ เดอะ นอยส์’ เขาก็ได้ยกย่อง แฟรงค์ ว่า ‘คือโค้ชที่มีอิทธิพลกับเขามากที่สุด’ และ ‘เป็นคนที่น่าเหลือเชื่อมากๆ’

Kebanyakan pelatih punya gaya kepelatihan dari orang terdekatnya. Wolfgang Frank adlh orang yg paling banyak mempengaruhi Klopp yg merupakan pelatihnya saat bermain di Mainz. pic.twitter.com/dA6MULy1lG

— Ruang Taktik by: (@sundaybedranger) April 3, 2020

วูลฟ์กัง แฟรงค์ คือนักเตะและโค้ชที่มีความสำคัญคนหนึ่งในหน้าประวัติศาตร์ฟุตบอลเยอรมนี โดยสมัยเป็นนักเตะเขาได้ลงเล่นไป 215 เกมในบุนเดสลีกาและสามารถยิงไปได้ถึง 89 ประตู


ส่วนในเส้นทางโค้ช แฟรงค์ ก็ได้คุมทีมทั้งสิ้นถึง 16 ทีมระหว่างปี 1984-2012 จากข้อมูลของ Wikipedia และจุดบรรจบกับ คล็อปป์ เองก็เกิดขึ้นที่ ไมนซ์ 05 ในปี 1995

แฟรงค์ ชื่นชอบสไตล์การทำทีมแบบเพรสซิงของ อาร์ริโก ซาคคี กุนซือในตำนานของ เอซี มิลาน และเนื่องจากการเคยไปค้าแข้งที่ อาแซดอัลค์มาร์ ในเนเธอร์แลนด์จึงได้รับอิทธิพลของ ‘โททอลฟุตบอล’ มาด้วย

Mainz Bleibt. Nostalgisch. Heute Vormittag richtet sich unser Blick zurück auf‘s #Mainz05 der 90er Jahre. Wie Wolfgang Frank #Kloppo verblüffte & mehr… ⤵️https://t.co/285iSQkwuN pic.twitter.com/TBjxMB7Ukc

— 1. FSV Mainz 05 (@1FSVMainz05) April 5, 2020

และนี่ก็คือสิ่งที่เขาได้นำมาใช้กับ ไมนซ์ ที่เขาต้องเข้ามากู้วิกฤติกลางทางตอนทีมสุ่มเสี่ยงจะตกชั้นจาก บุนเดสลีกา 2 ในปี 1995 ที่มี คล็อปป์ เป็นกัปตันทีม

ในตอนนั้นฟุตบอลเยอรมันได้นิยมที่จะมีสวีปเปอร์อย่าง ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ เป็นตัวบัญชาเกม แต่ก็ใช่ว่าทุกทีมจะมีนักเตะพรสวรรค์แบบนั้น ซึ่งมันก็เป็นปัญหาของ ไมนซ์ 05 เช่นกัน

สิ่งที่ แฟรงก์ ทำก็คือการเปลี่ยนให้ทีมเล่นแบบกองหลัง 4 ตัวซึ่งแน่นอนว่ามันได้สร้างความยากลำบากให้กับนักเตะในช่วงแรกๆ เป็นอย่างมากที่จะปรับตัวทำความเข้าใจพร้อมยังได้ริเริ่มแท็คติกอีกมากมายเช่นการตั้งโซนรับมือลูกตั้งเตะ

นอกจากแท็คติกในสนามแล้วเขาเองก็ยังได้จ้างนักศึกษามหาวิทยาลัยที่อยู่แถบนั้นเข้ามาช่วยในเรื่องของการวิเคราะห์เกมจากวิดีโอซึ่งมันเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ขณะที่นักศึกษาหนุ่มคนนั้นก็คือ ‘ปีเตอร์ คราเวียซ’ ที่กลายมาเป็นมือขวาของ คล็อปป์ ในปัจจุบัน

AFC Bournemouth v Liverpool FC – Premier League | Michael Steele/Getty Images

แต่ผลตอบแทนของการเปลี่ยนและกล้าที่จะเสียงครั้งนั้นก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อ ไมนซ์ สามารถอยู่รอดปลอดภัยใน บุนเดสลีกา 2 ได้สำเร็จ แต่ที่สำคัญกว่าคือการเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมเล็กๆ อื่นๆ กล้าที่จะเปลี่ยนด้วย

แม้จะไม่สามารถพาทีมขึ้นสู่ บุนเดสลีกา ได้และเลือกที่จะออกไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่าในภายหลัง แต่สิ่งที่ แฟรงก์ ทิ้งไว้ก็ยิ่งใหญ่มากๆ นั่นก็คือการได้ปลูกฝังแนวทางการเป็นโค้ชแก่ คล็อปป์ ผู้เป็นกัปตันทีมในตอนนั้นและต้องมีส่วนร่วมในการพูดคุยเรื่องแท็คติกทุกวัน

หลังจาก แฟรงค์ ออกไปหนึ่งปี คล็อปป์ ก็ได้รับโอกาสให้มารับหน้าที่นักเตะควบผู้จัดการทีมซึ่งเขาก็ใช้เวลาเพียง 4 ฤดูกาลกับการพาทีมกลับมาอยู่ใน บุนเดสลีกา อีกครั้งก่อนจะย้ายไปประสบความสำเร็จกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อ

RESTRICTIONS / EMBARGO – ONLINE CLIENTS… | THOMAS LOHNES/Getty Images

คล็อปป์ ได้พัฒนาแท็คติกของตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็น ‘เกเกนเพรสซิง’ อย่างในปัจจุบันจนประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่เขาเองก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเองและยังยกย่อง แฟรงค์ เสมอมา

ในปี 2013 คล็อปป์ สามารถพา ดอร์ทมุนด์ เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเขาเองก็ไม่ลืมขอบคุณผู้เป็นเหมือนครูอย่าง แฟรงค์ ถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในวิชาขีพโค้ช

“หากไม่มีคุณ ผมคงไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้ในวันนี้ที่ลอนดอนในสนามเวมบลีย์” คล็อปป์ เผยถึงข้อความที่ส่งหา แฟรงค์ ในการให้สัมภาษณ์ก่อนเกมในตอนนั้น

แต่ในปีเดียวกันนั้นเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นเมื่อ แฟรงค์ ได้จากโลกนี้ไปที่บ้านของเขาในเมือง ไมนซ์ และสิ่งที่ผู้เป็นศิษย์อย่าง คล็อปป์ จะทำได้ก็คือการรวบรวมอดีตเพื่อนร่วมทีมมาร่วมพิธีศพเป็นครั้งสุดท้าย

Jürgen Klopp muito emocionado no enterro do ex treinador Wolfgang Frank em Mainz. pic.twitter.com/oSabSVFIMp [Via @MartaMoralesL]

— Brasil BVB (@BlogBrasilBVB) September 19, 2013

แม้ วูลฟ์กัง แฟรงค์ จะไม่ได้ประสบความสำเร็จในเรืองของถ้วยแชมป์แต่เขาก็จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในผู้เปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลเยอรมันและก็จะถูกบอกเล่าผ่านผลงานของ เยอร์เกน คล็อปป์ รวมถึงกุนซือคนอื่นๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากเขาเช่น โจอาชิม เลิฟ ต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด